เที่ยวพัทยาหน้าฝน

เลมอนชอบพูดบ่อยๆว่า “วันนี้ไปทะเลนะ” “เลมอนจะไปตักทรายที่ทะเล” ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมาหม่ามี้กะป่ะป๊าเลยจัดให้ ไปพัทยารอบสองกัน รอบนี้ขอไปใช้บริการคอนโดของอาโกว เราไม่ได้วางแผนอะไรกันมากแค่ว่าจะต้องไปนั่งเล่นทรายว่ายน้ำทะเลซักที่ วันแรกที่ไปถึงเพลียๆจากการเดินทางกันเพราะรถค่อนข้างเยอะเนื่องจากเป็นวันหยุดยาว ถึงคอนโดก็พักผ่อนกันซักพัก เย็นๆเลมอนงอแงจะว่ายน้ำเลยจัดให้เจ้าหนูว่ายกับคุณป๊าละกัน หม่ามี้ขอเป็นกำลังใจขอบสระ ว่ายน้ำเสร็จไปหม่ำข้าวเย็นกันที่ร้าน The Sky Gallery เปิดหาจากวงใจ ร้านนี้เป็น User’s Choice เลยนะแถมใกล้คอนโดสุดๆ ไปถึงเห็นวิวสวยมากอ่ะ แต่คิวก็ยาวเช่นกัน นั่งรอคิวนานจนท้องไส้กิ่วพอประมาณก็ได้โต๊ะ รีบสั่งรีบหม่ำกัน รสชาติอาหารใช้ได้เลย ค่าอาหารก็รู้สึกว่าสมราคานะไม่ได้แพงเว่อร์ ค่อนข้างประทับใจทีเดียวถ้าไม่เสียตรงรอคิวนานนี่แหละ รุ่งขึ้นไปแวะกินข้าวผัดปูง่ายๆแล้วมุ่งไปหาดทรายแก้วกัน มี้พยายามหาชายหาดอื่นกะว่าจะลองเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง แต่ก็มาจบที่หาดทรายแก้วนี่แหละ หาดอื่นไว้โอกาสหน้าเราไปพักแถวๆสัตหีบกันเลยดีกว่า ไปถึงชายหาดเจ้าเลมอนไม่ยอมยืนไม่ยอมเดินบนทราย มี้ต้องอุ้มไปลงห่วงยางเป็ดในทะเล ตอนขึ้นจากน้ำมาก็ให้อุ้มอีก อุตส่าห์เตรียมที่ตักทรายเล่นมา พามานั่งดูหอยดูปูลม ก่อเนินทรายก็แล้ว เจ้าม่อนไม่ยอมนั่งบนทรายอีก สงสัยต้องพามาทะเลบ่อยๆซะละ เที่ยงเราก็หม่ำกันแถวนั้น บ่ายกลับที่พัก แล้วก็ลงสระว่ายน้ำต่อ เอาให้ตัวเปื่อยกันไป มื้อเย็นลองไปฝากท้องที่ร้าน The Chocolate Factory อยู่ติดกับ The Sky Gallery สรุปว่ามี้กะป๊าชอบร้านเมื่อวานมากกว่า วันที่ 3 เราเลยไปลองอาหารเช้าที่…

Pattaya Trip, Summer 2017

กลับจากเที่ยวพัทยา 3 วัน 2 คืนเมื่อวานนี้ เหนื่อยมาก ตัวแดงดำกันทั่วหน้า โดยเฉพาะป่ะป๊า แขนนี่เป็นสองสีเลยตรงหัวไหล่ถึงขอบแขนเสื้อเป็นสีขาว จากแขนเสื้อลงไปเป็นสีแดงเลย วันแรกเราไปชมคอนโดของโกวแหม่มกันอยู่แถวพัทยาใต้ เขาพระตำหนัก เดินชมสวน สระว่ายน้ำ ห้องพักจนทั่ว หนูเลมอนเดินไปเดินมาตื่นเต้นใหญ่ จากนั้นก็ไปหม่ำข้าวเที่ยงแล้วเราก็เข้าที่พักที่โรงแรม Ocean Marina Yacht Club กัน หม่ามี้เหมือนจะไมเกรนกำเริบกินยาแก้ปวดแล้วขอสลบก่อน แต่เจ้าเลมอนคึกคักมาก คงเพราะมาแปลกที่ เลยเล่นนู่นนี่นั่นพูดคุยร้องเพลงไม่หยุดเลย หม่ามี้นอนไม่หลับเลย เจ้าหนูก็ไม่ยอมนอนตอนบ่ายด้วย สุดท้ายมี้ไม่นอน เราเลยไปว่ายน้ำที่คอนโดอาโกวกัน เลมอนชอบห่วงยางเป็ดที่มี้ซื้อให้หนูมากอ่ะ ถึงกับอดใจไม่ไหว ใส่ขาเล่นทันทีหลังเปลี่ยนชุดว่ายน้ำเสร็จ จบวันแรกโดยที่หม่ามี้ต้องพ่ายแพ้ให้กับไมเกรน ปวดจนอาเจียนไปรอบนึงก่อนทานอาหารเย็น วันที่สอง มี้สดชื่นขึ้นละ วันนี้เราตั้งใจไปเล่นน้ำทะเลที่หาดทรายแก้ว สัตหีบกัน อากาศร้อนนิดหน่อยแต่มีลมพัด โชคดีที่ฟ้าครึ้มเป็นช่วงๆ เราเลยเล่นน้ำทะเลกันได้โดยไม่ทรมานแสงแดดมากนัก เล่นน้ำเสร็จขึ้นมาเต็มพลังนมกล่องกับกล้วย 1 ลูก แล้วไปเล่นทรายกันต่อ มี้ชวนหนูมาก่อปราสาททราย แต่เจ้าหนูดูงงๆ ไม่ยอมนั่งบนพื้นทราย ยืนดูตลอดไม่ก็นั่งยองๆ เล่นจนหิวข้าวกันละ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปนั่งหม่ำๆกันที่ร้านอาหารแถวนั้นแหละ บ่ายกลับที่พักไปพักผ่อน เจ้าหนูไม่ยอมนอนอีกเช่นเคย เราเลยลงไปเดินเล่นถ่ายรูปกัน ที่โรงแรมนี้เป็นท่าเรือสำหรับจอดเรือยอร์ชเลยมีวิวสวยๆให้เราแอ๊คกันซักหน่อย ตกเย็นไปหาอะไรกินที่ตลาดน้ำ 4…

Singapore Trip – Day 3 (Part 1/2) River Safari

ตื่นเช้ามาวันนี้เราไม่เร่งรีบมากนัก โปรแกรมคือ เช้าไป River Safari บ่ายจนหัวค่ำเดินเล่นที่ Gardens by the Bay มื้อเช้าไปฝากท้องกันที่ร้าน Yakun Kaya Toast สาขา Raffles City ร้านนี้ดังมากใครมาสิงคโปร์ต้องมาลองกินกันมีหลายสาขาด้วย แต่มี้กะป๊าเฉยๆแฮะ ขนมปังปิ้งใส่สังขยาหวานๆหน่อย กินกะไข่ลวก รสชาติพอกินได้ เราตั้งใจเรียกแท็กซี่ไป River Safari กันหลัง 9:30 จะได้ไม่โดนชาร์จเวลาเร่งด่วนเลยหม่ำกันแบบชิลๆ ถ้าจะใช้บริการ MRT ต้องไปต่อรถเมล์อีกจะใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงครึ่ง หรือถ้านั่งรถบัสที่มารับตามจุดต่างๆในเมืองแล้วไปส่งที่สวนสัตว์จะใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึง เรามีเจ้าเลมอนตัวน้อยเลยตัดสินใจนั่งแท็กซี่ดีกว่าไม่อยากเสียเวลาเดินทางนาน จาก Raffles City ไป River Safari/Singapore Zoo ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ค่าเสียหายประมาณ 18 SGD เท่ากันทั้งขาไปขากลับ มี้ซื้อตั๋วไว้แล้วผ่านมือถือของทางโรงแรมที่เราพักได้ส่วนลดพิเศษด้วยไปถึงก็เอามือถือไปยื่นที่ counter ข้างหน้าเลยได้ตั๋วกระดาษมายื่นที่ทางเข้า River Safari เข้ามาข้างในเลมอนตื่นตาตื่นใจกับสัตว์น้ำในตู้ต่างๆมากอ่ะ เห็นอะไรก็ชี้ ปลาๆๆๆ เต่าๆๆ ดูเพลิดเพลินมาก เห็นขอบตู้ก็ต้องไปนั่งข้างตู้ปลาด้วยนะ ทำอย่างกะจะให้ถ่ายรูปให้น่ะ และแล้วก็มาถึงพระเอกของ River Safari เจ้าแพนด้านี่เอง 555 บินไกลมาจากเมืองจีน ได้อยู่ในห้องแอร์เย็นพิเศษมีเพื่อนเป็นแพนด้าแดงด้วย ดูแพนด้าเสร็จมีร้านขายของที่ระลึกดักอยู่ตรงทางออก มี้ซื้อตุ๊กตาแพนด้าให้หนู…

ดูสัตว์ที่ Safari World

ตื่นเช้ามาหม่ามี้คุยกะป่ะป๊าว่าวันนี้จะพาเลมอนไปทำกิจกรรมอะไรที่ไหนดีที่ไม่ใช่ไปเดินห้าง ป๊าเสนอว่าไป Safari World มั้ย เอ้า นึกอย่างอื่นไม่ออกไปก็ไป เรากินข้าว ซักผ้า อาบน้ำแต่งตัว ตากผ้าเสร็จก็ออกจากบ้านประมาณ 9โมงครึ่งละ ไปถึงขับรถเข้าโซนสวนสัตว์เปิดก่อนเลย มี้มาเที่ยวที่นี่ครั้งสุดท้ายน่าจะประมาณ 10 ปีที่แล้ว ส่วนป่ะป๊าน่าจะนานกว่านั้นมาก ขับรถเข้าไปก็เจอกับม้าลาย นกมาราบูสะโตก นกกาบบัว เยอะมากก คิดๆแล้วก็แปลกใจนักว่าอะไรที่ทำให้นกที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และดูแปลกตามาทำรังอยู่อาศัยกันตรงนี้ ทั้งที่มันจะบินหนีไปก็ได้ นอกจากนกที่มีเยอะแล้วก็ยังมีสัตว์ตระกูลกวางจำนวนมากเลย เรียกว่าอะไรมั่งจำไม่ค่อยได้ แต่มันเดินทั่วไปหมด คิดจะข้ามถนนก็ข้าม ที่ดูน่ากลัวหน่อยคงเป็นตัววาตุซี่ ตัวใหญ่อย่างกับวัวที่เค้าเลี้ยงกันในฟาร์มแต่มีเขาที่ใหญ่มากประมาณโดยสายตาน่าจะยาวเกิน 1 ฟุต มี้บอกเลมอนว่าจะไปทำให้มันโมโหเชียวนะ เขามันดูน่ากลัวมากอ่ะ รถเริ่มติดเป็นขบวนยาวตรงจะเข้าเขตเสือเบงกอล มีเสืออยู่ไม่กี่ตัวเองทำรถติดได้ไงกัน ออกจากสวนสัตว์เปิดหาที่จอดรถแล้วเข้ามารีน่าปาร์ค เรามุ่งตรงไปดูโชว์ช้างกันก่อนเลยเพราะใกล้เวลาเริ่มแล้ว เวทีโชว์ช้างอยู่ซะลึกเชียว ดูพอเพลินๆไม่ถึงกับสนุกมากเพราะโชว์แบบนี้เห็นได้ทั่วไป เลมอนทำท่าง่วงมีอาการงอแงนิดหน่อยเลยเดินออก ไปดู Egg World ออกมาได้เจอตัว Walrus พอดีตัวใหญ่มากอ่ะ ตื่นเต้นๆ ได้เวลาข้าวเที่ยง ปรากฏว่าเจ้าม่อนง่วงมากเลยให้นอนในรถเข็นไป มี้กับป๊าเลยได้นั่งหม่ำสบายหน่อย หลับไปพักใหญ่เลย ตื่นมากินข้าวผัดกับหมูทอด ไก่ย่าง อาหารพอกินได้เย็นชืดไปหน่อย ราคาสูงกว่าฟู้ดคอร์ททั่วไป…

เที่ยว Jim Thompson Farm

เมื่อวานนี้เราไปเที่ยว Jim Thompson Farm กัน ออกจากบ้านสายกว่าที่นัดกันไว้ครึ่งชม. เพราะมือถือป๊าไม่ปลุก สงสัยเพราะเซต silent ไว้ ถึงฟาร์มตอนสิบโมงครึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. ระหว่างรอสมาชิกเพิ่มมี้ปล่อยให้เลมอนเดินเล่นบนฟาง หนูก็เดินเล่นไปมาแบบงงๆเล็กน้อย มีฟางมาติดรองเท้า ซักพักบ้านอาม่าก็เดินทางมาถึง ป่ะป๊าจัดการซื้อตั๋ว ดีนะที่เราเตรียมหาคูปองมา 2 จ่าย 1 ไว้ล่วงหน้า ประหยัดค่าตั๋วไปเยอะเลยตกคนละ 90 บาท มาถึงก็ถ่ายรูปกันซักหน่อย นั่งรถฟาร์มทัวร์เข้าไปข้างใน พบกับทุ่งดอกคอสมอสบานต้อนรับนักท่องเที่ยว สดชื่นสวยงามจริงๆ รถไปส่งที่จุดแรกลานฟักทอง ฟักทองมากมายเรียงรายอยู่บนเนิน ที่จุดสูงสุดมีฟักทองยักษ์จำลองถูกห่อด้วยผ้าขาวม้าธีมหลักของปีนี้ ใกล้ๆกันมีแปลงดอกไม้หลากหลาย ดอกเบญจมาศ ดอกบลูซัลเวีย ดอกเสี้ยน จัดเรียงกระจายๆหน้ากังหันลม เราพักกินมื้อเที่ยงกันตรงนี้ ซาลาเปา สาหร่ายทรงเครื่อง เฟร้นช์ฟราย ฮอทดอก เลมอนกินซาลาเปาใหญ่เลยอาม่าป้อนให้ เสร็จตรงจุดนี้ก็เดินไปหมู่บ้านอีสานต่อ อากาศค่อนข้างร้อนเพราะแดดจัด ดีที่ยังพอมีลมและมีร่มให้หลบบ้าง หนูน้อยเริ่มเพลีย ทำท่าเหมือนอยากนอน เราข้ามจุดที่เลี้ยงหม่อนไหมไป ไปตลาดจิมเลย แวะพักหาอะไรกินหน่อยแล้วออกไปเที่ยวถ่ายรูปต่อ เดินกันจนเหนื่อย กลับแล้วดีกว่า มุ่งหน้าไปที่พักที่จองไว้ชื่อ…

Singapore Trip – Day 2 (Part 2/2) Sentosa – Orchard

มาต่อๆ ช่วงเช้าเดินเล่นถ่ายรูปจนเหนื่อย หาอะไรกินมื้อเที่ยงกันดีกว่า แถวๆสถานีสุดท้ายตรงชายหาดมีร้านอาหารอยู่ 3-4 ร้าน เราลองเข้าไปดูเมนูร้านแรก ชื่อร้าน Good Old Days เห็นเมนูแล้วเฉยๆเลยเดินออก ไปกินร้าน Toast Curry ดีกว่า ติดใจ toast ตั้งแต่มื้อเช้า ไม่รู้เหมือนกันว่าร้านนี้จะอร่อยมั้ย เราสั่ง Laksha กะเซตอาหารอินเดียมามีแผ่นโรตีด้วย ป๊าชิม Laksha แล้วบอกว่าเหมือนกินขนมจีนน้ำยาใส่เส้นเกี๊ยมอี๋ รสชาติงั้นๆเผ็ดด้วย ส่วนเซตอาหารอินเดียก็รสชาติธรรมดามาก อาหารตามสั่งบ้านเราอร่อยกว่า มี้มี้กับป๊ากินกันชิลๆเลยเพราะเจ้าหนูเพลียมากถึงกับหลับไปเลย ปกติหนูต้องนอนตอนเช้าซักครึ่งหรือหนึ่งชั่วโมง วันนี้ไม่ได้นอนเลยมี้กะป๊าเลยปล่อยให้หนูนอนบนโซฟาในร้านอาหารไปนั่นแหละ พอหนูตื่นขึ้นมาค่อยสั่งขนมปังให้หนูทานเพราะอย่างอื่นเผ็ดหมด เลมอนไม่ค่อยหม่ำเท่าไหร่สงสัยไม่ถูกปาก ออกจากร้านอาหารเราก็เดินไปชายหาดกัน มี้ตั้งใจพาหนูมาเล่นน้ำที่ Port of Lost Wonder แต่เข้าใจผิดนึกว่ามันอยู่ติดกับ Siloso Beach เลยเดินไปทางขวา หายังไงก็ไม่เจอเดินกลางแดดร้อนๆไปจนสุดทางแน่ะสงสารหนูเหมือนกัน เจอป้าย Siloso ที่คนชอบมาถ่ายรูปตอนนี้มันกลายเป็นสีน้ำเงินแล้ว สุดทางแล้วเราเลยต้องเปิดแผนที่ ปรากฏว่ามันอยู่ติดกับ Palawan Beach โอ๊ย อยากจะเขกหัวตัวเอง ไม่ไหวแล้วเหนื่อยไปนั่งรอ…

Singapore Trip – Day 2 (Part 1/2) Sentosa

ตื่นเช้ามาวันนี้ค่อยรู้สึกสดชื่นสดใสหน่อย อาการปวดหัวไมเกรนเมื่อวานหายไปละ พร้อมลุยเต็มที่ โปรแกรมหลักวันนี้คือ Sentosa และเดินถนน Orchard ตอนเย็น ข้อดีของการพักที่โรงแรม Carlton ก็คือ (1) อยู่ในเมือง ใกล้ MRT สถานี City Hall ซึ่งเป็น interchange station (2) ใกล้ป้ายรถเมล์หลายป้าย (3) อยู่ตรงข้าม Raffles City หาของกินช้อปปิ้งสะดวก (4) อยู่ในระยะที่สามารถเดินถึง Suntec City แหล่งของกินที่ช้อปปิ้งเพียบ แต่หลังจากที่เรารู้วิธีขึ้นรถเมล์ไป เราก็ตัดสินใจไม่เดินไปอีก 555 (5) ในห้องพักมีโทรศัพท์มือถือให้เอาไปใช้ฟรีๆ สามารถโทรภายในประเทศได้ฟรี ต่างประเทศฟรีบางที่ ที่สำคัญใช้ internet ในมือถือได้ฟรี ไม่ต้องเสียเวลาเสียเงินซื้อซิมมาใส่มือถือตัวเอง เพิ่งจะรู้ว่าเค้ามีมือถือให้ใช้ก็ตอนไปถึงที่พักแล้วนี่แหละ ดีนะที่เราตัดสินใจไม่ซื้อซิมเพราะความงก ที่พิเศษก็คือมี offer discount tickets มากมาย สามารถซื้อตั๋วผ่านมือถือได้เป็น e-ticket แล้วเอาไปยื่นหน้าสถานที่ท่องเที่ยวได้เลย สะดวกสุดๆประเทศนี้ เล่าข้อดีซะยาวประหนึ่งว่าเป็นเซลส์…

Singapore Trip – Day 1

พอมีเวลามาเขียนบล็อคตอนไปเที่ยวละ ทริปนี้เป็นทริปที่มี้มี้กับป่ะป๊าตัดสินใจพาหนูเดินทางออกต่างประเทศเป็นครั้งแรกตอนหนูอายุ 1 ขวบ 7 เดือน ข้อดีของการเดินทางตอนเล็กๆก็คือ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบสามารถนั่งตักผู้ปกครองได้โดยไม่ต้องเสียค่าตั๋วเครื่องบิน แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อยแล้วแต่สายการบิน วันออกเดินทางป่ะป๊ากะมี้ตื่นตั้งแต่ ตี 3:40 รีบอาบน้ำแปรงฟัน นัด Taxi ให้มารับตอนตี 4:30 นี่เป็นครั้งแรกที่ลองใช้บริการ GrabTaxi รู้สึกสะดวกสบายดี Taxi มารอตั้งแต่ 4:10 มี้เลยไปเปิดไฟหน้าบ้านกับแง้มๆประตูรั้วไว้ก่อน จัดการธุระต่างๆเสร็จก็อุ้มเจ้าเลมอนขึ้นรถไปเลย ปรากฏว่าเจ้าหนูตื่นตั้งแต่มี้อุ้มหนูออกจากเตียงนั่นแหละ ถึงสนามบินตอนยังไม่ตี 5 ดีนัก คนเดินทางเยอะเหมือนกันดูได้จากแถวแสกนกระเป๋าและรอ check-in เราเข้าแถวแสกนกระเป๋าโดนเจ้าหน้าที่เรียกให้เปิดกระเป๋าดูเค้าบอกว่ามี power bank ให้ถือขึ้นเครื่องไป ก็โอเคเอาใส่กระเป๋าเป้ป่ะป๊า ไป check-in เราใช้บริการสายการบิน Air Asia มีบินไปสิงคโปร์ 5 รอบต่อวันหน่ะ เพิ่งรู้ว่าคนนิยมไปเที่ยวสิงคโปร์กัน มี้มี้ซื้อน้ำหนักโหลดกระเป๋าไว้ 1 ใบ 20kg เอากระเป๋าขึ้นชั่งได้ 20kg เป๊ะ มี้กะป๊าทึ่งในความแม่นของเรามาก ไม่ได้ลองชั่งน้ำหนักกระเป๋ามาก่อนด้วยเพราะคิดว่ายังไงไม่เกินชัวร์ ป๊าบอกว่าไปเที่ยวเมืองหนาวไม่พอนะต้องโหลดเพิ่มอีกใบ ทริปนี้ช้อปปิ้งอะไรเยอะก็ไม่ได้สินะ…