รองเท้าต้องวางอย่างนี้

ระหว่างมี้ล้างจานมื้อกลางวัน เจ้าหนูมาเล่นอยู่ใกล้ๆ ซักพักมี้หันไปมอง อ่าว เจ้าหนูกำลังเล่นรองเท้าที่ใส่ออกไปเดินข้างนอกเมื่อเช้าอยู่ มี้เลยบอกเลมอนว่า “เลมอนไม่เล่นรองเท้านะ มันสกปรกอ่ะ เอามาวางเก็บดีๆลูก” เจ้าหนูก็ดูจะฟังเข้าใจ แล้วก็เก็บรองเท้าพลางพูดว่า “มันต้องวางอย่างนี้” มี้หันไปมองอีกทีก็ได้รูปนี้แหละ 

Terrible Two เริ่มต้นแล้วสินะ

หลายวันมานี่หนูเลมอนมีความหงุดหงิดงอแงเวลาที่คนอื่นทำอะไรไม่เป็นดั่งใจ เจ้าหนูอยากทำนู่นนี่นั่นเอง อยากให้หม่ามี้นั่งตรงนั้น อยากให้ป๊ายืนตรงนี้ พอไม่ได้รับการตอบสนองหรือพอผู้ใหญ่ทำอะไรให้ก็จะมีอาการงอแงโมโหแล้วก็กระโดดๆ มี้ต้องใช้ความอดทนและใจเย็นมากอ่ะโดยเฉพาะเวลากลางวันที่เราอยู่บ้านกันสองคน ในขณะที่มี้กำลังเตรียมอาหารหรือทำงานบ้านนู่นนี่นั่น มี้พยายามจะเข้าใจหนูนะ แต่บางอย่างมี้ก็ไม่อ่อนข้อ ปล่อยให้หนูร้องจนสงบเอง แล้วมี้ถึงจะอุ้มปลอบ แต่กว่าจะสงบก็นานพอดูเลย มี้รู้สึกว่ายังมีหลายอย่างที่เราอาจจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีพอ มี้จะพยายามพูดสอนหนูให้น้อยลงแล้วทำให้ดูมากขึ้น เพราะเด็กวัยนี้ยังไม่รับรู้เหตุผลมากมาย เค้าเรียนรู้จากการเลียนแบบต้นแบบมากกว่า มีเรื่องตลกด้วย วันก่อนตื่นเช้ามามี้ลงมาข้างล่างกำลังจะเตรียมอาหารเช้า เข้าไปในห้องครัวก็ตกใจรีบเดินออกมาเลย เพราะว่ามีปีเตอร์ตัวโตเกาะถาดอาหารของเลมอนอยู่ ตั้งแต่มาอยู่ที่บ้านนี้เกือบ 9 ปีแล้วไม่เคยเจอปีเตอร์เลย นี่เป็นครั้งแรก ยอมรับว่าตกใจมากอ่ะแต่ต้องรักษากิริยา กลัวเลมอนจะเห็นแล้วเลียนแบบ มี้ไม่รู้จะทำยังไงดีเลยโทรไปหาป่ะป๊า ระหว่างที่กำลังคุยกับป๊า มี้คงเผลอแสดงอาการกลัวออกมาโดยการทำเสียงร้อง “ฮือๆ” เลมอนได้ยินแล้วถามว่า “หม่ามี้เสียใจเหรอคะ” มี้ไม่ได้เสียใจค่ะลูกแต่มี้กลัว อ่าา บอกเลมอนแค่ว่า “เปล่าค่ะ มี้ไม่ได้เสียใจ” หลังว่างสายป่ะป๊า ต้องรวบรวมความกล้าเพื่อหยิบถาดออกไปไว้ข้างนอกก่อน ทำไปก็ขนลุกไปกลัวมันวิ่งพล่านหรือบินขึ้นมา นึกถึงตอนนั้นก็ยังขนลุกไม่หาย แต่โชคดีมันค่อนข้างนิ่งมาก มี้เลยทำได้สำเร็จ เยส

ลองไปโรงเรียนวันแรก

เมื่อวานนี้เป็นวันแรกของ Parent-child group ที่หม่ามี้สมัครไว้ ป่ะป๊าอยากไปดูด้วย เราเลยไปด้วยกันทั้งบ้าน ตื่นเร็วกว่าปกติ จัดแจงอาบน้ำแต่งตัวกินข้าวแล้วไปกันเลย ไม่ได้ออกจากบ้านเวลานี้นานละ รถติดมากจนคิดว่าจะไปไม่ทัน แต่ในที่สุดก็ไปทันเวลาพอดี บรรยากาศที่เจอตอนไปถึง รู้สึกเหมือนอยู่ชนบทต่างจากบนถนนตะกี้นี้เลย มีเด็กๆมากมาย ทุกคนต่างทำงาน ตัดต้นไม้เก็บเศษหญ้าเศษใบไม้ใส่กระสอบ ดูคึกคักมากอ่ะ ไปถึงคุณครูหรือป้ากิ่งก็เข้ามาทักทาย มีผู้ปกครองและเด็กคนอื่นๆกำลังล้างถ้วยชามอยู่ ป้ากิ่งจุดไฟที่เตาถ่านเตรียมทำถั่วเขียวต้มน้ำตาล แต่ไม่ได้ให้เราทำอะไรเพราะเลมอนดูจะยังไม่พร้อม หนูเกาะหม่ามี้แจเลย ซักพักป้ากิ่งเอาอุปกรณ์ทำสวนออกมาวางแล้วบอกว่าอันนี้เป็นเครื่องมือสำหรับผู้ใหญ่นะคะถ้าคุณพ่อคุณแม่สะดวกทำงานก็ทำได้เลย แต่ถ้าไม่ก็เชิญคุณพ่อไปรอที่สหกรณ์ก่อนได้ สหกรณ์ยังใหม่อยู่เลยน่าจะเพิ่งสร้าง ป่ะป๊ายังป่วยๆอยู่แล้วก็แต่งตัวมาไม่ค่อยเหมาะกับการทำงานเท่าไหร่ เลยขอตัวไปนั่งรอที่สหกรณ์ดีกว่า ส่วนหม่ามี้อยู่กับเลมอน เจ้าหนูจับมือมี้ตลอดเลย คงจะงงๆปนกลัวๆที่เห็นคนมากหน้าหลายตา มี้ชวนหนูไปนั่งชิงช้าเล่นอยู่พักนึง แล้วก็ชวนไปพรวนดิน เจ้าหนูค่อยยอมจับช้อนพรวน ซักพักป้ากิ่งเรียกให้เตรียมเก็บล้างเครื่องมือแล้วล้างมือล้างเท้าขึ้นบ้านกัน บ้านเป็นเหมือนศาลาที่ไม่ได้มีฝาด้านข้าง แต่เป็นรั้วระเบียง  ขึ้นไปข้างบนป้ากิ่งเริ่มร้องเพลง แล้วก็มีงานให้พ่อแม่ทำ พันไหมพรมบ้าง ใช้กระดาษทรายขัดไม้เสียบลูกชิ้นทำเป็นไม้ถักนิตติ้งบ้าง ระหว่างนี้เด็กๆก็มีซนบ้างตามประสา ป้ากิ่งบอกว่าเราไม่ต้องพูดไม่ต้องห้ามอะไรเป็นคำพูดออกมาแต่ให้เราลงมือหรือทำเป็นตัวอย่างเลย เช่นมีน้องคนนึงขว้างของ ก็ให้เรารีบไปจับมือไว้ก่อนเลย มีน้องกำลังปีนระเบียงป้ากิ่งก็เข้ามาจับขาลงมาจากระเบียง เด็กวัยนี้เค้าไม่รับรู้คำพูดที่มีเหตุผลมากมายของเราหรอก  ทำงานไปซักพัก ป้ากิ่งก็ยกหม้อถั่วเขียวขึ้นมา เลมอนบอกเลมอนจะกินถั่วเขียว ป้ากิ่งตักใส่ถ้วยเล็กๆแล้วค่อยๆแจกให้ทีละคน คนไหนมัวซนจะมาเอาถั่วเขียว ป้ากิ่งบอกให้ไปนั่งกับแม่ก่อน หนูเลมอนกินถั่วเขียวไปพอสมควรเลย ที่เหลือแม่จัดการ กินเสร็จก็เอาไปล้างที่กะละมังใส่น้ำที่เตรียมไว้…

หนูน้อยตกบันได

เมื่อวานทำหม่ามี้ใจหายเลย ตอนสายๆมี้ชวนหนูขึ้นไปห้องเย็บผ้ากัน มี้เดินนำขึ้นมาก่อนเพราะถือของเยอะ ส่วนหนูเลมอนขึ้นบันไดตามมาทีหลัง ปกติหนูขึ้นลงบันไดเองได้คล่องแคล่วมานานพักนึงแล้ว มี้ไม่ต้องคอยห่วง แต่เมื่อวานนี้มี้ขึ้นมากำลังเก็บของในห้องอยู่ๆก็ได้ยินเสียงดังเหมือนอะไรตก แล้วก็ได้ยินเสียงหนูร้องไห้จ้าเลย มี้ตกใจเลย รีบออกไปดูเห็นหนูนอนหงายอยู่ตรงที่พักบันได ใจนี่หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบลงไปประคองหนูขึ้นมานั่ง แล้วถามหนูว่าตกลงมาจากขั้นไหน หนูพูดแค่ว่าตรงนี้ๆแล้วชี้ตรงที่พักบันได มี้ต้องโอ๋ๆหนูก่อน ถามว่าหนูเจ็บตรงไหน เลมอนบอกตรงนี้แล้วชี้ที่แก้มด้านขวา เห็นมีรอยแดงที่แก้ม มีเลือดซึมเป็นเส้นเล็กๆเหมือนรอยปากกายาวประมาณ 1-1.5 cm ที่เปลือกตาล่าง ตาแดงนิดๆ มี้ตกใจเลย พยายามตั้งสติ เอาเลมอนขึ้นไปข้างบนก่อน แล้วรีบลงมาเอา cool pack ห่อผ้าไปประคบที่แก้ม เปลือกตา แล้วก็ข้างหลังศรีษะด้วยเพราะเจอหนูตอนนอนหงาย พยายามแหวกผมดูแต่ไม่เห็นรอยอะไร หัวไม่ได้แตก ค่อยโล่งอกหน่อย เจ้าหนูพอได้ cool pack ก็ชอบใจเพราะมันเย็นๆบอกว่า “เลมอนจะประคบๆ” แล้วเอาไปประคบเอง ประคบแก้มซ้ายทีแก้มขวาที เอาไปจุ๊บที่ปากที ตรงที่ไม่เจ็บก็ประคบ มี้ก็ช่วยประคบด้วย โดยเฉพาะตรงเปลือกตา ดูเจ้าหนูปกติดีร้องไห้แป๊บเดียวก็เงียบแล้วก็สนุกกับการประคบ มี้ค่อยเบาใจ ตอนบ่ายหวีผมมัดจุกให้หนูบนหัว 1 จุก ไปเจอรอยช้ำที่ไรผมบนหน้าผาก ผมหน้าม้าหนูมันปิดอยู่ อ๋าา มี้เลยไปเอาน้ำแข็งห่อผ้ามาประคบให้หนูอีกรอบ…

วันเกิดหม่ามี้

วันนี้อยู่ๆฝนก็ตกทั้งที่ตอนเช้ามีแดด กำลังคิดว่าน่าจะซักผ้าเพราะฝนตกติดต่อกันมาหลายวันแล้ว แต่พอฝนเริ่มตกก็ตกนานมาก พอเริ่มซาก็ตกใหม่อีก บรรยากาศดูทึมๆอึมครึมทั้งวันเลย แต่วันนี้เป็นวันเกิดหม่ามี้ เย้ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูมี แก่ขึ้นอีกปีละ วันนี้มีเรื่องให้ประหลาดใจปนดีใจหนึ่งเรื่อง นั่นก็คือ เนื่องจากฝนตกตลอดเช้า หม่ามี้ไม่รู้จะเล่นอะไรกับเลมอนดี เลยชวนเลมอนขึ้นมาที่ห้องข้างบนบอกเจ้าหนูว่าหม่ามี้จะมาเย็บผ้า เลมอนไปนั่งเล่นกันนะ เลมอนก็โอเค ขึ้นมาเจ้าหนูก็จัดแจงรื้อโน่นนี่นั่น เอาอันนั้นอันนี้มาเล่น มากวนมี้บ้าง บอกจะเล่นเข็มบ้าง มี้ก็นั่งเย็บผ้าทำอะไรไปซักพัก เจ้าหนูเริ่มกวนมี้หนัก มีอาการงอแง หม่ามี้เห็นใกล้ 11 โมงละ สงสัยจะง่วงแล้วแน่เลย เลยชวนหนูไปนอนดีกว่า บอกหนูว่าเดี๋ยวหม่ามี้กล่อมนอนในห้องหนูนะ โอเค เราย้ายไปห้องเลมอนกัน เปิดแอร์เตรียมตัวจะกล่อม มี้บอกเลมอนว่า “หม่ามี้จะกล่อมหนูนะ แต่เดี๋ยวถ้าหนูหลับแล้วหม่ามี้ขอไปนั่งเย็บผ้าที่ห้องข้างๆ ถ้าหนูมีอะไรก็เรียกหม่ามี้นะมี้อยู่ห้องข้างๆนี่แหละ” เจ้าหนูเล่นผ้าม่านซักพักก็พูดว่า “หม่ามี้ไปเย็บผ้าเลยนะ” หม่ามี้งง อะไรนะ “หม่ามี้ไปเย็บผ้าเลยนะ เลมอนจะนอนตรงนี้” อ่า มี้ประหลาดใจสุดๆ มีการไล่ให้มี้ไปเย็บผ้าแล้วเลมอนจะนอนเอง ปกติติดมี้มากต้องให้กล่อมนอนหรือไม่ก็นอนด้วยกัน เลยถามย้ำอีกรอบว่าให้มี้ไปเย็บผ้าแล้วหนูเลมอนจะนอนเองใช่มั้ย เลมอนทำท่าเห็นด้วย โอเค สบายละ มี้เลยออกมาอยู่อีกห้องนึงเย็บผ้าทำอะไรไปเรื่อย เจ้าหนูเงียบมากอ่ะ หลับไปเกือบ 2 ชม.ได้…

ตุ๊กตาของป่ะป๊า

หลังจากได้อ่านหนังสือสะพานสายรุ้ง ป่ะป๊าก็เริ่มอินกับวอลดอร์ฟมากขึ้น แล้วก็หัดทำตุ๊กตาจากผ้าขนหนูขึ้นมา 555 😆 ดูวิธีทำจากในยูทูปนี่แหละ เจ้าหนูเลมอนตั้งชื่อให้เรียบร้อย ตัวสีเขียวชื่อ ตุ๊กตา ตัวขวาสีครีมชื่อ มิคกี้หรือพิคกี้ แล้วแต่หนูจะเรียก มี้บอกให้หนูกอดตุ๊กตา หนูเอาไปโยนเล่นซะงั้น เห้อ

หนูน้อยนักจินตนาการ

นับวันนอกจากจะพูดเก่งร้องเพลงเก่งแล้ว เจ้าหนูยังจินตนาการเก่งด้วย ว่างๆเป็นต้องหยิบจับนู่นนี่นั่นแล้วเอามาแนบหู พูด”ฮัลโหล” ฮั่นแน่ะ ทุกสิ่งรอบตัวเธอเป็นโทรศัพท์ได้หมด “อ๋อ ค่ะๆ แค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะ” หนูเคยเห็นแมวเดินมาหลังบ้าน บางวันก็ทำเป็นเรียกเจ้าแมว(ทั้งๆที่ไม่มีแมวเดินผ่านมา) แล้วยื่นมือทำเหมือนถืออะไรซักอย่าง บอก”อ่ะ กินมั้ยๆ” “รอหน่อยนะ” เมื่อวานนี้เอาก้อนไม้ที่หม่ามี้ซื้อมาจากงานหัตถศิลป์ถือมา แล้วก็บอก”หนูกินไอติม” มีการยื่นมาให้หม่ามี้กินด้วย มี้ก็รับมุกเธอจ้า”อ้าม”  

สุขสันต์วันเกิดลูกรัก

วันนี้หนูเลมอนอายุครบ 2 ขวบแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ มี้กะป๊ารักหนูมากขึ้นทุกวันๆ มี้ขออวยพรให้หนูเป็นเด็กแข็งแรง อารมณ์ดี อ่อนหวานน่ารักอย่างนี้ตลอดไปนะจ๊ะ กิจกรรมวันนี้ไม่มีอะไรมาก เราไปว่ายน้ำกันเหมือนทุกวันเสาร์ คุณป่ะป๊าซื้อชุดว่ายน้ำใหม่ให้หนูเพราะตัวเก่าผ้าย้วยหมดละ ตอนเย็นกลับมาหม่ำข้าวเย็นที่บ้านกับคุณตาคุณยาย แล้วก็ร้องเพลงเป่าเค้กกัน มี้ให้หนูลองซ้อมเป่าเทียนหอมดูก่อน หนูลองเป่าหลายรอบในที่สุดเทียนก็ดับ พอถึงเวลาเอาเค้กจริงมาปักเทียน 2 เล่ม เจ้าหนูเป่ายังไงก็ไม่ดับ จนสุดท้ายหนูคงจ้องเทียนนานจนแสบตาเลยบอกไม่เอาละ หม่ามี้ก็เลยเป่าให้แทน 555 ปีนี้หม่ามี้มีของขวัญแฮนด์เมดให้หนูเช่นเคย ตั้งใจจะทำให้ทุกปีจนโตเลยล่ะ หวังว่าหนูจะชอบนะ หม่ามี้กับป่ะป๊ารักหนูจ้ะ

เลี้ยงอาหารกลางวันที่บ้านสร้างสรรค์เด็ก

วันเกิดเลมอนปีที่แล้วมี้กะป๊ากะอาม่าไปเลี้ยงของว่างเด็กๆที่บ้านเด็กอ่อนรังสิต ปีนี้เปลี่ยนไปเลี้ยงอาหารเด็กโตบ้าง ถือฤกษ์สะดวกคือวันนี้มี้กะป๊าจะไปเลี้ยงอาหารกลางวันที่บ้านสร้างสรรค์เด็ก แถวลำลูกกา คลอง 3 กัน เตรียมทำหมูตุ๋น 2 หม้อไว้ตั้งแต่เมื่อวาน คุณยายช่วยสมทบขนมกับสั่งข้าวสวยมาให้ เช้านี้ก็แค่ทอดไส้กรอก ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นหมู เอาหมูตุ๋นมาอุ่นแล้วไปกัน เนื่องจากเลมอนยังเล็กอยู่ปีนี้ 2 ขวบละ มี้เลยฝากหนูไว้กับคุณยาย เดี๋ยวมี้ไปทำบุญกับป่ะป๊าแล้วจะเอาบุญมาฝากจ้ะ ระหว่างทางแวะซื้อน้ำแข็งกับน้ำผลไม้ที่ร้านสะดวกซื้อในปั้มน้ำมัน คิดถูกละที่เตรียมกระติกน้ำแข็งมา เราไปถึงกันใกล้เที่ยงพอดี ที่นี่มีแต่เด็กชายล้วน อายุ 7-18 ปี ประมาณ 50 คน แต่วันนี้ที่เราไปเป็นช่วงปิดเทอม เด็กส่วนใหญ่จึงกลับบ้านไปหาพ่อแม่หาญาติกัน เหลืออยู่ที่บ้านสร้างสรรค์ประมาณ 20 คน เป็นเด็กที่ไม่มีพ่อแม่หรือญาติที่ไหน มันเศร้าเหมือนกันนะถ้าเราโตมาโดยที่ไม่มีใครให้ผูกพันกันทางสายเลือดเลย แต่อย่างน้อยมี้เชื่อว่าเด็กเหล่านี้จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแกร่งกว่าเด็กทั่วไปที่มีคนคอยดูแลประคบประหงมแน่นอน รู้สึกชื่นชมคุณครูที่อุทิศตนดูแลเด็กๆที่นี่ คงต้องเสียสละและใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก ถาดไส้กรอกกับลูกชิ้นหมดไปอย่างไว หมูตุ๋นเหลือประมาณครึ่งหม้อ ข้าวสวยเหลือ 4-5 ถุง เด็กๆกินกันจุใช้ได้เลย นี่กะว่าเตรียมมาแบบเหลือเฟือแล้วนะ ปีหน้าต้องคำนวณดีๆ กลับมาบ้านคิดถึงเลมอนจัง เจ้าหนูเพิ่งตื่นมาหม่ำข้าว มื้อเย็นตายายพาไปเลี้ยงที่ฟูจิ ร้านโปรดของหนูเลย มาทีไรกินข้าวได้เยอะตลอด ยายอยากจะพามากินทุกวันเลย

บันไดขั้นที่ 1

วันนี้เป็นวันที่หม่ามี้รู้สึกถึงความสำเร็จเล็กๆ เริ่มจากตั้งแต่ก่อนจะมีลูก หม่ามี้เคยเล็งโรงเรียนไว้ให้หนู แบบว่าตอนนั้นใจอยากมีลูกมากทั้งๆที่ตัวเองยังไม่ได้ท้อง ถ้ามีลูกแล้วจะให้เค้าเรียนโรงเรียนอะไรดี? คิดไปไกลโน่นแน่ะ ตอนนั้นรู้สึกถูกใจโรงเรียนแนววอลดอร์ฟแต่ก็ยังไม่ได้ศึกษาจริงจังมากนัก พอมีลูกขึ้นมาจริงๆ มี้ก็เลยกลับมาศึกษาหาโรงเรียนให้ลูกอีกครั้ง หาข้อมูลมากขึ้น รู้สึกอินกับแนววอลดอร์ฟมากขึ้น ซื้อหนังสือมาอ่านเป็นสิบเล่ม ดูคลิปในยูทูบหลายคลิป รู้สึกชอบมาก มี้คุยกะป่ะป๊าโน้มน้าวป่ะป๊าให้เห็นดีเห็นงามด้วย ป๊าก็เหมือนจะชอบแต่ไม่อยากให้ทำอะไรให้สุดโต่งมากนัก ป๊าคงยังไม่ซาบซึ้งเท่ามี้เพราะมี้มีเวลาศึกษาข้อมูลเยอะกว่า เมื่อเทอมที่แล้วเลมอนกำลังจะขวบครึ่ง มี้เลยสมัครโรงเรียนพ่อแม่ลูกของรร.วอลดอร์ฟแห่งหนึ่งไป เพราะอยากได้คำแนะนำในการดูแลลูก และจะได้ไปลองดูด้วยว่าทั้งเลมอนและตัวเราเองจะรู้สึกแฮปปี้กับวิถีชีวิตที่เราต้องปรับเปลี่ยนไปรึเปล่า แต่โชคร้ายที่เทอมที่แล้วรร.เปิดรับได้ไม่มากนะ คงเพราะเป็นกลางปีการศึกษา เทอมหน้าปีการศึกษาใหม่เลยลองสมัครไปใหม่อีกครั้ง แล้ววันนี้ก็ได้รับข่าวดีว่าเราสามารถเข้าร่วมกลุ่มเด็กเล็กได้ เทอมหน้ามี้จะไปกับหนูสัปดาห์ละครั้ง เราลองไปด้วยกันนะ

ก้านกล้วยระบายสี

ช่วงนี้อยากให้เลมอนได้ทำกิจกรรมทางศิลปะหลายๆแบบหลายๆแนว กระตุ้นให้หนูน้อยสร้างสรรไอเดียออกมา เมื่อวานนี้เลยให้ป่ะป๊าตัดก้านกล้วยมาก้านนึง ป๊าบอกว่าต้องผึ่งเอาไว้ซัก 1 วันก่อน เวลาเอามาเล่นจะได้ไม่มียาง ยางกล้วยถ้าเลอะเสื้อผ้าจะซักไม่ออกเลย ป๊าริดใบออกแล้วตัดเป็นท่อนๆไว้ให้ วันนี้หม่ามี้เอาสีผสมอาหารสีแดงมาผสมน้ำนิดหน่อย แล้วเอาก้านกล้วยมาจิ้มสี แสตมป์ลงกระดาษให้เลมอนดูเป็นตัวอย่าง แต่ดูเหมือนว่ามี้จะผสมสีใสเกินไปหน่อย แสตมป์ลงไป 2-3 ครั้งแรกเลยยังไม่เห็นลายหน้าตัดของก้านกล้วย พอครั้งที่ 4 ไปถึงเห็นลายชัดขึ้นมา เลมอนอยากเล่นมาก พูดแต่ว่า “เลมอนจะระบายสี เลมอนจะระบายสี” พอให้ลองเล่น ยังแสตมป์ไม่ค่อยเป็น เอาก้านกล้วยมาจุ่มสีแล้วลากไปมาเหมือนเวลาถือพู่กัน แล้วก็เอามือมาจับที่ปลายก้านกล้วยที่เปื้อนสี มือแดงไปหมด พอมี้เผลอก็เอามือไปจุ่มในถ้วยสีด้วย เจ้าเลมอนนะ มี้เลยระบายสีแดงบนฝ่ามือหนูแล้วเอามือแปะกระดาษซะเลย เล่นสนุกพอหอมปากหอมคอ มี้ต้องฟอกสบู่ล้างมือให้หนูใหญ่เลย

ระบายสีน้ำครั้งแรก

ก่อนหน้านี้หม่ามี้เคยซื้อสีเทียนมาให้หนูลองระบายดู หนูดูจะสนุกอยู่ไม่น้อย ระบายเลยกระดาษมาบนเสื้อผ้าและพื้น 555 พอดีช่วงนี้มี้กลับมาศึกษาแนวทางการศึกษาวอลดอร์ฟอีกครั้ง เลยได้พบว่าเด็กๆควรจะระบายสีน้ำและใช้เพียงแม่สี 3 สีเท่านั้น คือ แดง น้ำเงิน เหลือง ส่วนเฉดสีอื่นๆเด็กๆจะค้นพบได้เอง ในขั้นเริ่มต้นกับเด็กเล็กๆอาจจะลองใช้เพียงสีเดียวหรือ 2 สีก่อน เพราะถ้าใช้ 3 สีเลย เด็กๆยังระบายสะเปะสะปะบางทีปนกันมั่วจะกลายเป็นสีโคลนดำๆแทน พอรู้อย่างงี้มี้เลยไปจัดสีน้ำมา 3 สี พร้อมพู่กันและกระดาษวาดเขียน เราจะใช้เทคนิคที่เรียกว่า wet-on-wet painting คือการเอากระดาษไปแช่น้ำไว้ซักพักแล้วยกขึ้นมาวางบนกระดานหรือบนโต๊ะ ใช้ฟองน้ำซับน้ำส่วนเกินออกพร้อมกับไล่ฟองอากาศให้หมด จากนั้นเราก็บีบสีมาผสมน้ำนิดหน่อยให้เข้มอ่อนตามชอบแล้วเอาพู่กันจุ่มน้ำส่งให้หนูน้อยละเลง เลมอนยังสนุกกับการจิ้มสีและเอาพู่กันกวนน้ำ เอามาจิ้มๆบนกระดาษบ้าง บางทีก็เรียกหม่ามี้ให้หม่ามี้ระบาย มี้เลยทำให้ดูเป็นตัวอย่าง หนูหัวเราะชอบใจใหญ่ รอบนี้ให้ใช้แค่สีน้ำเงินก่อน ค่อยๆเล่นไป กะว่าจะให้ใช้แต่สีน้ำเงินไปซักพักแล้วค่อยเปลี่ยนสี มี้จะเก็บผลงานของหนูไว้เป็น portfolio รอไว้ให้หนูโตขึ้นเอาไปสมัครงาน 555 มี้ก็เพ้อเจ้อไปเรื่อย